ก๊าซพิษ

ก๊าซพิษอันตราย ก๊าซตัวไหนที่คุณต้องระวัง!

ก๊าซที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราคงจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ในส่วนของก๊าซที่เป็นพิษต่อร่างกาย ที่ร่างกายของถ้ารับก๊าซนี้มากเกินไปอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตได้ ซึ่งน้อยคนมากที่จะรู้ว่าก๊าซพิษเหล่านี้มีอะไรบ้าง แล้วอันตรายจากแก๊สเหล่านี้ส่งผลอะไรต่อร่างกายของเราบ้าง วันนี้ pico เตรียมข้อมูลส่วนนี้เอาไว้หมดแล้ว มาดูไปพร้อมกันเลย 

5 ก๊าซอันตราย ที่คุณควรระวังเอาไว้ให้ดี

 

  • ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ (Carbon monoxide)

 

ก๊าซพิษชนิดนี้เป็นก๊าซที่ใกล้ตัวเรามาก นั่นก็คือ ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น โดยส่วนใหญ่ก๊าซชนิดนี้เกิดมาจากเครื่องยนต์ที่ทำงานเผาไหม้ที่ผิดปกติ และเป็นก๊าซพิษที่โรงงานมักจะปล่อยออกมา 

จึงทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมออกมารณรงค์ ไม่ให้เปิดแอร์นอนในรถ เพราะก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ที่ออกมาจากรถยนต์ออกมาทางท่อไอเสีย และอาจรั่วเข้าไปในตัวรถจนเกิดเป็นอันตรายแก่ชีวิต 

ซึ่งอาการหลังจากคุณรับก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ในปริมาณไม่มาก จะมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน แต่หากรับก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ในปริมาณที่มาก อาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้ 

 

  • ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide)

 

ก๊าซชนิดนี้ถือเป็นก๊าซที่อันตรายมากกว่าก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ หากก๊าซนี้ผสมอยู่ในอากาศ 100 ppm. มีผลทำให้ผู้ที่สูดดมหมดสติ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาแค่ 30-60 นาที ซึ่งก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์เกิดจากการเผาไหม้ที่เกิดจากองค์ประกอบของคลอรีน จำพวก พลาสติก ยาง เส้นใย ขนสัตว์ หนังสัตว์ ไม้ หรือผ้า 

หากเผาไหม้ในพื้นที่ปิด ในอาคาร หรือพื้นที่แคบ ถ้าสูดหายใจเข้าไปอาจทำให้หมดสติ ชัก และอาจทำให้เสียชีวิตภายในเวลาแค่ 5 นาที แต่ถ้ารับในปริมาณเล็กน้อย อาจทำให้มึนงง หายใจเร็ว อาเจียน หน้าแดง ปวดศีรษะ ชีพจรเต้นเร็ว 

 

  • ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟต์ หรือก๊าซไข่เน่า (Hydrogen sulfide)

 

ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟต์ หรือ ก๊าซไข่เน่า ก๊าซชนิดนี้เกิดจากการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล และก๊าซเหล่านี้จะเกิดขึ้นในน้ำเสีย น้ำเน่า และสิ่งสกปรก และก๊าซประเภทนี้ยังมีคุณสมบัติติดไฟง่าย อาจทำให้เกิดอัคคีภัยขึ้นได้ 

ซึ่งหากใครได้รับก๊าซพิษประเภทนี้อย่างฉับพลันและในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดการคลื่นไส้ หากใจติดขัด เนื่องจากร่างกายขาดออกซิเจน หากรับไปในปริมาณมากอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ 

 

  • ก๊าซน้ำตา (Lachrymator  หรือ Tear gas)

 

ก๊าซน้ำตา หรือ ก๊าซคลอโรอะซิโตฟีโนน ซึ่งเป็นก๊าซที่ใช้สำหรับปราบปรามการชุมนุมที่ทั่วโลกใช้กัน ซึ่งก๊าซชนิดนี้เป็นอันตรายต่อเส้นประสาทตา ที่ทำให้เกิดอาการปวดแสบที่ตา มีอาการน้ำตาไหลสมชื่อก๊าซน้ำตา ถ้าความเข้มข้นในชั้นบรรยากาศสูง อาจทำให้เกิดอาการปวดบวมน้ำ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ 

ทางที่ดีในการแก้พิษเบื้องต้น คือนำผู้ที่มีอาการเหล่านี้ออกจากพื้นที่ที่มีก๊าซ  หากถูกผิวหนังควรรีบล้างด้วยน้ำพร้อมสบู่ ถ้าหากเกิดอาการตาบวม น้ำตาไหลไม่หยุดให้รีบล้างตาด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2% อาการเหล่านี้จะบรรเทาลง 

 

  • ก๊าซแอมโมเนีย (Ammonia)

 

เป็นก๊าซที่เรารู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งเรามักจะสูดดมก๊าซแอมโมเนียเวลาที่เรารู้สึกเหนื่อย อ่อนล้า คล้ายจะเป็นลม เมื่อสูดก๊าซแอมโมเนียในปริมาณที่พอดีจะช่วยแก้อาหารวิงเวียน แต่ถ้าเราสูดดมแอมโมเนียเป็นเวลาอาจทำให้เกิดพิษต่อร่างกายได้ 

รวมถึงก๊าซแอมโมเนียยังเป็นก๊าซที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรมอย่างเช่น โรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล ถ้ารับแอมโมเนียในปริมาณในระดับกลางจะทำให้จาม น้ำตาไหล แสบคอ ไอมีเสมหะ สำลัก หายใจติดขัด เสียงแหบ แต่ถ้าความเข้มข้นสูงอาจทำให้หมดสติ และถึงแก่ชีวิตได้ 

ทั้งนี้หากคุณทำงานภายในโรงงาน คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าโรงงานของคุณมีก๊าซพิษรั่วไหลหรือไม่ คุณจำเป็นจะต้องมีเครื่องวัดก๊าซ หรือเครื่องตรวจจับก๊าซ เพื่อตรวจก๊าซพิษที่อาจก่อความอันตรายต่อชีวิตของคุณ ทั้งนี้คุณสามารถเข้าเว็บไซต์ Pico เพื่อสอบถามเครื่องวัดแก๊ส และเครื่องตรวจจับแก๊ส ว่าการทำงานของมันเป็นอย่างไร สามารถตรวจจับก๊าซอะไรได้บ้าง สามารถติดต่อมาที่ pico เลย

ตรวจสุขภาพนอกสถานที่

การตรวจสุขภาพในแต่ละวัย มีประโยชน์อย่างไร

สุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการที่สุด ถึงแม้จะยากดีมีจนอย่างไรก็ตาม ขอแค่ให้มีสุขภาพดีอย่างเดียว ก็มีความสุขได้แล้ว แต่ถ้าเกิดมารวย แล้วสุขภาพไม่ดี ต้องเจอกับโรคร้ายตลอดเวลา ชีวิตมันก็คงไม่มีความสุขแน่นอน

คนที่ต้องการจะมีสุขภาพที่ดี จึงต้องหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือว่าการดูแลอาหารที่กินเข้าไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็น ที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคร้ายทั้งปวง

และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการตรวจสุขภาพ ที่จะช่วยให้เรารู้สภาพร่างกายของเรา และเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือ และการดูแลตัวเองให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังเตรียมตัวป้องกันโรคต่างๆ ที่มันอาจจะก่อนให้เกิดความเสี่ยงคือโรคร้าย เพื่อรักษา และป้องกันให้ทันท่วงที แล้วการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ มีการตรวจอะไรบ้าง

การตรวจสุขภาพ นั้นจะแบ่งการตรวจเป็นช่วงอายุที่แตกต่างกัน  ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อที่จะหาความเสี่ยงของการเกิดโรค และป้องกันโรคต่างๆ ความผิดปรกติของร่างกาย ซึ่งจะมีขั้นตอนต่อไปนี้

-กลุ่มวัยเด็กและวัยรุ่น (อายุ 0-18 ปี) การตรวจสุขภาพสำหรับเด็กนั้น จะมุ่งเน้นไปที่การตรวจร่างกายทั่วไป อย่างเช่นการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ ที่เกิดความผิดปรกติของร่างกาย และการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรค และเตรียมความพร้อมป้องกันโรคต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับเด็ก และดูพัฒนาการการเจริญเติบโตของเด็กด้วย ว่ามีความสมบูรณ์หรือไม่ หรือความผิดปรกติอย่างไรหรือไม่

-กลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มวัยทำงาน การตรวจสุขภาพสำหรับคนกลุ่มนี้ จะเป็นการค้นหาความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ จากการทำงาน และความเสี่ยงที่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่สูงอายุ อย่างเช่นโรคที่เกี่ยวกับการใช้ยาเสพติด โรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจและหลอดเลือก

ซึ่งโรคเหล่านี้ มักจะเกิดขึ้นกับคนที่สูงอายุ และอีกโรคที่มักจะพบเห็นกันบ่อยก็คือ โรคที่เกิดจากการทำงาน หรือการประกอบอาชีพ อย่างเช่นคนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเคมี หรือชาวนาที่ใช้ยาฆ่าแมลง เป็นต้น

-กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้สูงอายุ จะเป็นการตรวจสุขภาพ เพื่อหาโรคต่างๆ และการป้องกันรักษาโรคต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับคนสูงอายุ อย่างเช่นมะเร็งลำไส้ เพราะคนที่สูงอายุจะมีประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะที่ลดลง ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ง่ายมากขึ้น พร้อมทั้งตรวจสุขภาพนอกสถานที่ เพื่อประเมินสุขภาพว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอะไรขึ้นได้อีกบ้าง เพื่อหาทางยับยั้ง ป้องกันโรคต่างๆ และในเพศหญิง

สิ่งที่ต้องตรวจทุกคนเลยก็คือ การตรวจหามะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ มีเปอร์เซ็นต์เป็นมะเร็งเต้านมได้มาก ผู้หญิงที่สูงอายุทุกคน จึงต้องหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อหาทางยับยั้งโรคป้องกันโรคให้ทันเวลา

ฉะนั้นทุกช่วงอายุของเรา ล้วนแต่มีความสำคัญ และมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องหาทางป้องกันโรค และตรวจหาโรคต่างๆ เพราะแต่ละช่วงอายุของ จะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคที่แตกต่างกัน การตรวจสุขภาพนอกสถานที่ เป็นสิ่งที่เราทุกคนจะต้องให้ความใส่ใจ เพื่อที่จะให้สุขภาพของเรามีความสมบูรณ์ และห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ ด้วย