สถานดูแลผู้สูงอายุ

แนวโน้มธุรกิจ สถานดูแลผู้สูงอายุ ในประเทศไทย

ปัจจุบันแนวโน้มของผู้สูงอายุในยุคนี้เพิ่มสูงขึ้นและโลกของเรากำลังก้าวไปสู่ยุคที่เรียกว่า สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) สำหรับประเทศไทยขณะนี้ประเทศเราได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) เรียบร้อยแล้ว โดยผู้สูงอายุโดยปกติในสังคมไทยเรานับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเป็นผู้สูงอายุและถือว่าเป็นวัยเกษียณอายุราชการไปด้วย โดยมีประชากรผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ไม่ต่ำกว่า 10 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด และคาดการณ์กันว่าอัตราผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไปจะพุ่งทะยานจาก 7% ในปี 2005 สูงขึ้นไปแตะ14%ในอีก 9 ปีข้างหน้าปี 2023 ซึ่งเมื่อนั้นเราจะถือว่า ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Completed aged society) จากสถิติและสถานการณ์ประชากรผู้สูงอายุนับวันมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า คนอายุยืนมากขึ้น เสียชีวิตยากขึ้น เพราะการแพทย์ที่ทันสมัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า อายุยืนแล้วจะมีความสุขหรือมีคุณภาพชีวิตที่ดี เรามักพบว่า ผู้สูงอายุกลับต้องทนทุกข์เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังสารพัด ผู้สูงอายุว้าเหว่โดดเดี่ยวเดียวดาย ถูกละเลยจากสังคมและลูกหลาน ฯลฯ และเป็นกลุ่มประชากรที่ถูกเรียกว่า ภาวะพึ่งพิง เทคนิคการเตรียมตัวเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้ เนื่องจากบางคนที่ทำงานมาตลอดชีวิตจะต้องหยุดการทำงานนั้นลงกะทันหัน จึงทำให้เกิดภาวะเหงา ความไม่คุ้นชิน ดังนั้นมาดูวิธีการเตรียมตัวเมื่อถึงวัยนั้นดีกว่า วิธีการเตรียมตัว

หางาน

จะทำอย่างไรหากต้องเผชิญกับการตกงาน

ชีวิตของคนที่ทำงานส่วนใหญ่ สิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการอยากจะเจอก็คือการตกงาน เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียรายได้ไปแทบทั้งหมด หากไม่มีช่องทางในการหาเงินทางอื่นสำรองเอาไว้ก่อน ซึ่งในชีวิตการทำงานเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะตกงานเมื่อไหร่ บางทีก็มาแบบไม่ทันตั้งตัวมาก่อน เพราะบางคนก็ไม่อยากจะต้องมาเสียเวลาในการหางาน ใหม่อีกรอบ แล้วสมมติว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นจริงนั้น เราจะทำอย่างไรดีให้สามารถชีวิตปรกติได้ ลองมาดูว่าถ้าต้องเจอกับการตกงาน เราจะใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง เพื่อให้อยู่ได้จนกว่าจะสมัครงานที่ใหม่ได้ -ยอมรับความจริง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่ได้คาดหวังเอาไว้ว่าจะใหม่มันเกิด แต่เมื่อมันได้เกิดขึ้นเราก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้ ว่าการตกงานไม่ใช่สิ่งสุกท้ายในชีวิตของเราแน่นอน เพียงแค่ลองมองหางาน ใหม่เท่านั้น คิดซะว่าเป็นแค่การเปลี่ยนงานก็แล้วกัน แล้วเราจะได้ไม่ต้องมาเศร้ากับชีวิตมากไปนัก -ออกไปเที่ยวบ้าง แน่นอนว่าคนที่เจอกับสถานการณ์ตกงาน มักจะมีอาการเศร้าอยู่เสมอ และมักจะคิดมากเมื่ออยู่คนเดียว ดังนั้นวิธีการจัดการให้ลองออกไปทำอะไรข้างนอกดูบ้าง เช่นออกไปเที่ยว ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน อย่างน้อยก็เป็นการทำให้ชีวิตไม่เศร้าจนเกินไป เพื่อที่จะได้มีแรงมาต่อสู้กับสิ่งที่เจอต่อไปได้ -ประหยัดให้มากที่สุด จากที่ตอนมีงานทำ มีเงินเดือนใช้ทุกเดือน สามารถที่จะซื้ออะไรก็ได้ แต่เมื่อตกงานทุกอย่างที่เคยทำมาทั้งหมด ก็ควรจะงดเอาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการสิ้นเปลืองมากเกินไป อะไรที่เป็นการเสียเงินโดยที่ไม่จำเป็นก็ห้ามขาดเลย เพราะเราไม่รู้เลยว่ากว่าจะหางาน ใหม่ได้นั้นต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ เราต้องมีเงินส่วนนี้เอาไว้ใช้จนกว่าจะได้งาน -ติดตามงานใหม่อยู่เสมอ โอกาสที่เราจะได้งานใหม่เร็วที่สุดก็คือการพยายามติดตามข่าวสารการสมัครงาน ของเว็บหางาน ต่างๆ เพราะเว็บเหล่านี้มักจะมีตำแหน่งงงานใหม่ๆ มาให้ดูทุกวันอยู่แล้ว ให้เข้าไปเช็คทุกวัน หากเจอตำแหน่งงานที่เราสนใจก็ให้ทำการสมัครเอาไว้เลย ไม่เช่นนั้นอาจจะมีคนมาแย่งไปก็ได้ ทำให้เราเสียโอกาสที่จะได้งานอีก -ไม่ควรจะเลือกงาน เพราะชีวิตในช่วงตกงานเราจะต้องประคองตัวเองให้รอดเสียก่อน ดังนั้นหากมานอะไรเข้ามาก็ควรจะรับทำเอาไว้ เพื่อที่จะได้มีเงินเข้ามาจุนเจือปากท้อง